Profil de Surasit                        ...PhotosBlogListesPlus Outils Aide

Surasit Tanthadiloke

Occupation
Lieu
Chemical Engineering #12
Photo 1 sur 58

                                       ~•๏BustersplasheR๏•~

                                       ~~~ขอเป็นเพียงคนนึง...ที่เธอนึกถึงเวลามีทุกข์ก็พอแล้ว~~~

.....ฉันค้นคว้าหาคำตอบ เท่าไหร่ไม่เจอ เพราะอะไรเหตุใด ถึงไม่ลืมเธอสักที.....

ชื่อภาพ : :: "เมื่อยังเป็น Freshy" (ถ่ายภาพเมื่อวันที่ 11 กรกฏาคม 2547 ในงานรับน้องคณะที่โรงแรม ซิลเวอร์บีช ระยอง)

11 mai

ก็แค่...

ก็แค่...ทิ้งเวลาไปอย่างไร้ค่า
ก็แค่...รู้สึกสมเพชตัวเอง
ก็แค่...รู้สึกไม่ได้ทำคุณค่าอะไรให้กับสิ่งต่างๆในโลก
ก็แค่...อาจจะคิดมากไป
ก็แค่...อยากหาที่ระบาย
ก็แค่...ความรู้สึกแย่ๆ แบบเก่าๆ กลับมาอีกครั้ง
ก็แค่...กุเป็นเหี้ยไรเนี่ยตอนนี้
ก็แค่...ขี้เกียจพิมพ์ พอแค่นี้ล่ะ
.....จบ.....
 
ปล. อย่าไปสนใจอะไร...ก็แค่...โรคกลัวน้ำเข้าสิงอยู่ตอนนี้
13 avril

ผมกลับมาแล้ว

ห่างหายไป 1 ปีกว่า กลับมาอีกทีก็วันขึ้นปีใหม่ไทยพอดี หลังจากไปลองสิงสถิตทั้ง Hi5 แล้วก็ Multiply มาก็ยังรู้สึกว่า Space มันก็ยังคงขลังอยู่ ยังสามารถใช้เป็นที่ระบายได้ดีเหมือนที่ผ่านๆมา สำหรับเวลาที่มันผ่านมา 1 ปีกว่า ก็มีเรื่องอะไรในชีวิตเกิดขึ้นมากมาย...พอสรุปคร่าวก็
 
1. การเรียน : เรียนจบสักที ทำให้พ่อแม่ภูมิใจได้ละ พร้อมกับจะบอกว่า "เป้าหมายที่กุตั้งไว้...กูทำได้โว้ย" (ถึงจะแค่เกียรตินิยมอันดับ 2  กว่าจะได้ก็ลากเลือกละ เหอๆ และแม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่นามธรรม แต่มันก็รู้สึกภูมิใจที่คนอย่างกูก็ทำได้วะ เหอๆ) นอกจากนั้นยังได้เข็มทุนภูมิพลมาอย่างไม่คาดคิดมาก่อนแต่ไฉนพอจบมาเรียนต่อ โท มันรู้สึกไม่มีความพยายามสักนิด เกรดออกมาเลยเน่าสุดๆ สงสัยต้องหาเป้าหมายในชีวิตใหม่ละ เหอๆ
 
2. สุขภาพใจ : ขอข้ามไปข้อต่อไป
 
3. สุขภาพกาย : เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แค่ความจำสั้นลงอย่างแรง เพราะโด๊ปกาแฟมากเกินไป เหอๆ
 
4. ปัญหาเดิมเมื่อ 2 ปีที่แล้ว : มันก็ยังไม่จบเหมือนเดิม โดยเฉพาะเรื่อง...
 
5. ชีวิตปัจจุบัน : เรียนไป ชิวไป ทำงานไป เที่ยวไป ไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิตสักอย่าง
 
นอกจากนี้ในส่วน ณ ปัจจุบันนี้ กระผมก็ยังกวนส้นตีนชาวบ้านเค้าไปทั่วเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แค่แก่ขึ้นๆ เท่านั้น แล้วก็มีความคิดว่ากุเปลี่ยนแนวไปถ่ายรูป ไม่ต้องเป็นวิศวกร ดีกว่ามั้ยวะเนี่ย รู้สึกว่าถ่ายรูปแม่งมีความสุขกว่าเรียนวิศวะว่ะ เหอๆ...จบ
23 septembre

คะแนนกุเน่า...เพราะใช้แก๊สโซฮอล (ตอนไปรับน้องภาค) !!!

          มาอัพสักทีหลังจากผ่านมาเดือนกว่าๆ เอาเป็นว่าชีวิตหลังกีฬามหาลัยโลก มันรู้สึกขยันมากขึ้นหลายเท่าเนื่องจากหลายปัจจัยก่อนจะถึงวันนี้มันก็มีเรื่องราวอันยาวนาน แต่ไม่จะเล่าอะไรเอาเป็นว่าก่อนเปิดเทอมก็ไปรับน้องภาคเคมีที่ อ่าวไข่ ระยองเช่นเดิม สภาพโดยรวมโอเคดี เหมือนคราวที่แล้วเด๊ะคือกินเหล้าแล้วคนไม่กินก็มีหน้าที่มานั่งรอเก็บศพ  พวกที่เมา แต่ที่ดีกว่าเก่าคือ 3 วัน 2 คืนนี่แหละ รู้สึกมันว่างๆดี ได้สัมผัสทะเลมากขึ้นอีกตั้งวันนึง เลยรู้สึกโล่งไปเยอะเลยเหอๆ
         พอเปิดเทอมอาทิตย์แรกก็รู้สึกขยันขึ้นกว่าตอนก่อนปิดมหาลัยโลกเยอะเลย อาจเป็นเพราะรู้ว่าคะแนนต้องเน่าแหละมั้ง ก็เรียนๆไป เรื่อยๆ แต่ไม่โดดบ่อยเหมือนตอนก่อนเปิดละ รู้สึกตัวเองมันเละเทะไงชอบกล และหลังจากเปิดเรียนมาได้สัก 3 อาทิตย์ คะแนนมิดเทอมมันก็ออกหมดละ รู้สึกว่าเทอมนี้คะแนนมันเน่าอย่างมากมายกว่าเทอมก่อนๆ อาจเป็นเพราะประมาทก็ได้  ตอนนี้เลยจะไม่ประมาทจะได้รู้สึกดีขึ้น เหอๆ
         ระหว่างนั้นก็ได้ไป trip ของวิชา ES336 โดยไปเที่ยว 3 วัดรอบมหาลัยอันได้แก่ วัดบัวขวัญ วัดเจดีย์หอย และวัดไผ่ล้อม เพื่อไปเยี่ยมชมธรรมชาติ และทำรายงานส่ง (-_-") โดยมีกำหนดส่งในวันพรุ่งนี้ เหอๆ นอกจากรายงานเล่มนี้ยังมีรายงานอีก 1 ฉบับ และควิซทุกคาบ (กุรู้สึกว่าวิชานี้มันน่าจะลงตอนปี 2 - 3 เพราะเวลาว่างมันเยอะ มาเรียนปี 4 กระดิกตัวแทบไม่ได้เลยเหอๆ) ส่วนวันอังคารก็สอบ PDC ครั้งที่ 2 แล้วก็วันพุธส่งรายงานแลป 2 ฉบับ พออีก 1 อาทิตย์ก็สัมมนาอีก  รู้สึกว่างานมันเยอะไงไม่ถูก แต่ก็จะพยายามแก้ให้จบไปทีละงานละกัน เหอๆ
         สำหรับกิจกรรมที่ไว้ผ่อนคลายในเวลาว่าง (ถึงมีงานเยอะ กุก็จะทำอ่ะ) ก็คือ การเตะบอล (Winning) การปลูกผัก (Havest moon) และการดูการ์ตูน ( Onepiece & Dragon ball) ทำไอพวกนี้ทีไรเวลาว่างหายไปทุกทีเลยเหอๆ (ใครสนใจก็อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างละกัน เด๋วผลการเรียนจะเน่า) เอาเป็นว่าพล่ามหมดละครับสุดท้ายนี้
 
ปล.1. สำหรับเดือนกันยายนนี้ก็ขอ HBD ให้กับแม่(ตัวเอง), เอ๋ (จ๊ะเอ๋) และคุณนุช
ปล.2. อยากกลับบ้าน แต่งานเยอะมากมาย...เซ็ง
ปล.3. คะแนนกุเน่า...เพราะใช้แก๊สโซฮอล (ตอนไปรับน้องภาค) !!!
16 août

กีฬามหาลัยโลก ภาคฤดูร้อน

            เนื่องมาจากวันนี้คงต้องโต้รุ่งอีกวันหนึ่ง(อย่างเต็มวัน) เพราะมี present กับอาจารย์มาลี ตอนบ่ายโมงครึ่ง ซึ่งคาดว่าถ้าหลับตอนนี้จะทำให้ตื่นตอน บ่าย 3 โมงเย็นได้  จึงไม่นอนมันดีกว่า ไปนั่งทำปิโตร กับ power point สัมมนาจะมีประโยชน์กว่าเยอะ  ทำเสร็จคงมีสภาพร่างไร้วิญญาณไป present เหมือนวันอังคารที่ผ่านมาแน่นอน
            เพราะวันอังคารที่ผ่านมาทำให้รู้สึกถึงคำว่าโต้รุ่งทั้งวันเป็นครั้งแรก เนื่องจากทุกทีจะนอนตอน 11 โมงเป็นอย่างช้าที่สุด ตอนแรกก็กะจะเป็นอย่างนั้น แต่พอไปส่งบทคัดย่อให้อาจารย์มาลีในสภาพเบลอมากมาย เดินยังไม่ไหว เรียบร้อยแล้วกำลังจะกลับ อาจารย์ก็ให้ไปช่วยฟังเค้ามาสอนวิธีใช้เครื่อง HP-LC ก็เข้าไปฟังแอบงีบหลับไปหลายรอบ แต่ฟังก็สนุกดี เหอๆ นั่งฟังจนประมาณ 16.30 น. ก็จบ (เพิ่งรู้จากอาจารย์วันวิสาข์ว่าเครื่องนั้นราคาเกือบ 4 ล้าน เหอๆ ดีที่ไม่ได้ไปแตะมันพัง) แล้วก็ไปเล่นเน็ตใต้คณะแปปนึงก็ กลับมานอนเพราะใจสั่นจนทนไม่ไหว เหอๆ
 
            จะว่าไปก็รู้สึกว่าอยากจะอยู่ปี 1 2 3 เหมือนกันเพราะจะได้สัมผัสกับคำว่า "หยุดกีฬามหาลัยโลก" สักที  อยู่ปี 4 ตอนนี้จะทำอะไรก็ไม่ได้ ติดโปรเจคตลอด  อยากมีเวลาพักฟื้นให้ร่างกายหายบอบช้ำจากการโต้รุ่งอ่านหนังสือตอนสอบมิดเทอมสักที แต่ก็ทำไม่ได้ เนื่องจากมีงานเยอะมากมาย  แต่ก็ดีตรงมีเวลาทำงานมากขึ้นตั้งเดือนนึงแหนะ (มองโลกในแง่ดีมั่ง) ต่อมาจะเป็นการบรรยายถึงเวลาเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา...
 
            การได้หยุดตอนกีฬามหาลัยโลกนี้ ได้ทำให้ ข้าพเจ้าได้สัมผัสถึงความรื่นรมย์ของธรรมชาติภายใต้รั้วธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตแห่งนี้ได้อย่างลึกซึ้งเสียนี่กระไร ไม่ใช่เพราะมาจากเหล่าบรรดาต้นไม้น้อยใหญ่ภายในทุ่งรังสิตแห่งนี้หรอก แต่ความรื่นรมย์ที่ข้าพเจ้าได้รับนั้น มาจากเจ้าต้น"ผักชี"ต้นเล็กๆ ที่มีมากมายในขณะนี้ ซึ่งไม่ว่าข้าพเจ้าจะไปสถานที่แห่งใดในรั้ว มธ ข้าพเจ้าก็จะได้เห็นภาพของใบต้นผักชีเหล่านี้พริ้วไหว และเอนกายไปตามสายลมที่พัดมาอย่างแผ่วเบา มันช่างเป็นภาพที่ดูสวยงามมากมายอย่างหาที่ติไม่ได้เลย  ซึ่งข้าพเจ้าคาดว่าท่านทั้งหลายคงจะได้สัมผัสกับทัศนียภาพที่ข้าพเจ้าได้พรรณาไปไม่มากก็น้อย และข้าพเจ้าก็ขอจบการบรรยายเกี่ยวกับความรื่นรมของทัศนียภาพในรั้ว มธ แห่งนี้ไว้แต่เพียงเท่านี้ครับ
 
           ที่บอกไปข้างบนนั่นคือความรู้สึกส่วนตัวจิงๆนะ ต่อมาก็จะเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ในสถานะ นศ ชั้นปี 4 นั่นคือ กุยังปรับตัวไม่ได้เลยว่ะ  รู้สึกเหมือนหมดความขยัน เหนื่อยล้า และเฉื่อยชาในการทำโปรเจคมากมาย พูดง่ายๆว่าขี้เกียจไปหมด เหอๆ แต่ไงคงจะทำให้ดีขึ้นได้อ่ะ(มั้ง) ตอนนี้คะแนนยังไม่ออก และถ้ามันออกก็คงเศร้า เพราะยอมรับว่าการสอบครั้งนี้ไม่ใช่ทำไม่ได้ แต่มันพลาดกันง่ายๆ เนื่องมากจากการขี้เกียจในการทำโจทยนั่นเอง เช่น ตีโจทย์ผิด, ลืมทศนิยมไปจุดหนึ่ง เป็นต้น แต่ผลเป็นอย่างงี้ก็ดีจะได้มีไฟในการตั้งใจเรียนมากขึ้น เหอๆ
 
           ส่วนตอนนี้ก็จะได้หยุดอีกประมาณอาทิตย์นึงก็จะเปิดเทอมละ อังคารหน้าก็ไปรับน้องภาคที่อ่าวไข่ ระยองเหมือนปีที่แล้ว  คราวนี้ก็กะไปปล่อยวางให้มันเต็มที่สักทีจะได้หายเหนื่อย  แล้วมาสู้สึกกับ present วิชาสัมมนากับปิโตร พร้อมกับ รายงานอีก 2 เล่ม ตอนเปิดเทอม รู้สึกว่าเวลาผ่านไปไวมากมาย เหอๆ ตอนนี้ท่องได้คำเดียวว่า "ต้องขยันๆ"
          
           สุดท้ายละ ไม่รู้จะอัพอะไรสมองเบลอไปหมดเอาเป็นว่า มีหนังมาแนะนำ เพิ่งซื้อมาจากสะพานเหล็กเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว หนังเรื่องนี้ฉายที่ลิโด้ และออกเป็น dvd มาสักพักแล้ว หลายคนอาจจะไม่รู้จักเพราะมีการโปรโมตค่อนข้างน้อย เรื่องนี้มีชื่อว่า "Always" เป็นหนังญี่ปุ่น  ชื่อเรื่องและปก dvd มันอาจจะไม่น่าดู แต่ขอยอมรับว่าถ้าได้ดูคงจะชอบ  เพราะรู้สึกว่าเป็นหนังที่ดีมากเรื่องหนึ่งเท่าที่เคยดูมา ซึ้งจริงๆ ไม่ได้โม้ (น้ำตาคลอเบ้าเลย เหอๆ)  ลองไปหามาดูละกันขอการันตี ไม่ดีจิงไม่บอก เหอๆ (แนะนำให้ฟังเสียงญี่ปุ่น และ sub ไทย จะได้อารมณ์มากขึ้น)
 
ปล.1. HBD ป้าก้อย ส่วนคนอื่นเท่าที่รู้ไม่มีใครเกิดเดือนนี้แล้ว(มั้ง)
ปล.2. ถึงคุณน้องเทค เดี๋ยวไปรับน้องจะหาของฝากมาให้ละกัน แล้วพอเปิดเทอมไปช่วยออกตังค่าเลี้ยงสายรหัสผมด้วยนะ จะได้หายกัน 555+
ปล.3. ขอแสดงความยินดีกับพี่ๆ Gear#14 และพี่ๆฝ่าย Stage ที่จะรับปริญญาในเดือนกันยายน นี้นะครับ
ปล.4. อย่าลืมดูหนังที่แนะนำไป  และขอเชิญชวนทุกท่านมาชื่อชมกับต้นผักชี ในรั้ว มธ แห่งนี้ ก่อนกีฬามหาลัยโลกจะจบลงนะครับ ไม่งั้นจะไม่ได้ดู เหอๆ
ปล.5. พี่ Gear#14 เรียนจบไปแล้ว กุยังไม่เคยเจอพี่รหัสแบบเต็มๆเลยโว้ย~~~! (เคยแต่เห็นในระยะไกลๆ ตอนรับน้องปี1 ประมาณว่ากุอยู่ตรงที่นั่งถ่ายรูปอ่ะ  ส่วนพี่รหัสอยู่บนตึกซ้ายสุดชั้น 4 (ดูรูปประกอบ) ซึ่งก็ไม่รู้ว่าคนไหนอยู่ดี) เหอๆ ใครรู้จักพี่รหัสผมช่วยบอกหน่อยนะครับ (รหัส 4610611065) ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ
20 juillet

กินเหล้าได้อะไร ???

         คือสงสัยอ่ะว่า "กินเหล้าแล้วได้อะไร ???" ประมาณว่าก็รู้ๆกันอยู่ว่าเหล้ามันไม่ดีต่อร่างกาย  แต่ทำไมก็กินกันจัง  ใครอ่านแล้วมีความคิดเห็นยังไงก็ช่วยตอบหน่อยนะครับ  อยากรู้เฉยๆ  ไม่ได้ว่าว่าคนที่กินผิด  แต่อยากรู้ว่าคนอื่นๆเค้าคิดเห็นไงกันที่ไปกินเหล้า หรือไม่กินเหล้า สำหรับตัวผมแต่ก่อนเคยคิดว่ามันช่วยลืม  แต่ตอนพอได้ลองกินดูมันรู้สึกไม่เห็นช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลย นอจากเมาอย่างเดียว  คิดเห็นไงก็เม้นบอกหน่อยเน้อ อยากรู้เฉยๆ
 
         หมดเรื่องสงสัยละ  ต่อมาก็เรื่องราวที่ผ่านมาหลังหายไป 1 เดือน  ตอนนี้สอบเสร็จละ แล้วก็หยุดมหาลัยโลกเดือนนึง ทำให้รู้สึกว่าการทำโปรเจคตอนหยุดมหาลัยโลกนี้มันลำบากเสียนี่กระไร เอาป๊อปเข้ามาก็ไม่ได้  เดินเข้ามาได้อย่างเดียว  คณะก็เข้าไม่ได้ต้องไปสแกนลายนิ้วมือก่อนยุ่งยากจริงๆ แต่จะว่าไปหลังสอบมันมีงานมากมายเลยเหอๆ ที่เพิ่งรู้วันนี้ คือ กุต้องไปล้างห้องน้ำที่ใต้คณะ กับเพื่อนๆ ร่วม 20 คนว่ะในวันพรุ่งนี้ (20/7/50) หึหึ ที่ต้องไปก็สืบเนื่องมาจากตอนนู้น ที่ไปเอากระดาษเข้าห้องสอบ Stat อะ เหอๆ เค้าเลยให้บำเพ็ญประโยชน์ 40 ชั่วโมง  ก็ดีกว่าได้ F หรือโดนพักการเรียนแหละวะ  ล้างห้องน้ำไม่หนักเท่าไหร่  แต่ห้องน้ำใต้คณะแม่งก็เหม็นอย่างแรง  จะขอทำชั้นอื่นก็ไม่รู้ว่าจะหาข้ออ้างอะไรก็พี่เค้าเหอๆ  เด๋วเค้าหาว่าแค่นี้ทำไม่ได้หรอ ดังนั้นเอาไงก็เอากันแหละวะ...จบ
          เรื่องต่อไปการสอบที่ผ่านมารู้สึกว่าครั้งนี้มันจะแย่ที่สุดแล้วมั้ง เพราะสอบแค่ 5 ตัว แต่ทำไม่ทันสักวิชา แถมทำไม่ได้ แล้วก็ผิดง่ายๆอีก ซึ่งทางเราคาดว่าไฟนอลนนี้คงเหนื่อยหลายเท่าแหละครับ แต่ไงก็ช่างมัน กุทำดีที่สุดแล้ว ไม่เสียใจ จะว่าไปเทอมนี้มันขี้เกียจไงไม่รู้จริงๆ  คงเพราะปีสุดท้ายแล้วมั้ง ...จบ
          ลืมไป มีอีกเรื่องคือ เดือนที่ผ่านมาได้ไปรับน้องคณะมา  ซึ่งอยากไปทิ้งทวนปีสุดท้าย แต่ไปจริงแล้วอยากกลับทันที เนื่องจากหลายสาเหตุ  แต่ดีตรงได้อะไรดีๆกลับมาหลายอย่าง แม้จะน้อยกว่าเรื่องไม่ดีที่เจอตอนไปรับน้องก็ตาม...จบ
 
 
ปล.1. ก็ขอ HBD ในสเปซสำหรับคนในภาคที่เกิดเดือนนี้อีกแล้วครับท่าน ซึ่งคือ โจนัสกับเอม HBD เน้อ
 
ปล.2. ใครคิดเห็นยังไงกับเรื่องในย่อหน้าแรก ก็บอกหน่อยนะ ไม่เม้นไม่เป็นไร อยากรู้ว่าแต่ละคนคิดไง  ขอบคุณล่วงหน้าครับ
 
ปล.3. พอสอบเสร็จรู้สึกว่า ปีต่อไปมันคงไม่มีแล้วล่ะ  การพูดถึงข้อสอบหน้าห้องสอบ หลังสอบเสร็จ ที่ต่างคนต่างถามถึงคำตอบของเพื่อนว่าเป็นยังไง ทำกันยังไง  ถ้าตรงกันก็อุ่นใจ แต่ถ้าไม่ตรงก็คงสงสัยว่าใครถูกกันแน่วะ  ถึงตอนเรียนจบไปคงคิดถึงเหตุการณ์นี้เหมือนกันแหละ มันเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง เหอๆ
 
ปล.4. สุดท้ายนี้ สำหรับใครที่ยังสอบไม่เสร็จก็ขอให้ทำข้อสอบได้ละกันเน้อ บายๆ
 
ปล.5. ไปขัดห้องน้ำใต้คณะ 2 ฝั่งมาแล้ว 555+ แต่วันจันทร์หน้า(23/7/50) ต้องไปถวายเทียนบำเพ็ญประโยชน์อีกเหอๆ  ใครสนใจไปถวายเทียน  รถออก 13.30 น. ใต้คณะ ไปฟรี เน้อ
15 juin

ขึ้นปี 4 แล้วครับ

          ไม่ได้อัพราวๆ 2 เดือนหลังจากเจอมรสุมชีวิตลูกใหญ่เข้ามาในชีวิต ตอนนี้มันผ่านไปแล้วว่ะ พร้อมกับหมายเรียก(ไม่ใช่หมายจับนะโว้ย)ของตำรวจให้ไปรายงานตัว (เพิ่งได้วันนี้ สดๆร้อนๆ เลยเหอๆ) จะว่าไปกุก็ไม่ได้เครียดอะไรมากมายแล้ว อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดจิงมั้ยอ่ะ เพราะกุทำมันเกิดเอง หุหุ เอาเป็นว่าเด๋วก็รู้ว่าจะเป็นไง coming soon...... ครั้งนี้มาบ่นยาวหน่อยละกัน 2 เดือนไม่ได้อัพ เรื่องต่างๆมากมายทยอยเข้ามาจนเก็บไม่ไหวแล้ว แสรดดดด
           เรื่องแรก "ฝึกงาน" จากคราวที่แล้วบ่นไปว่าไม่มีงานทำในตอนแรก หลังจากนั้นปรากฏว่างานมาจนเกือบทำไม่ทัน (ที่จริงเวลามันมีแต่กุเอาไปเล่นเกมหมดเลย เหอๆ มาปั่นตอนท้ายเหมือนเดิม) ทั้งทำรายงานส่ง ,ทำเนื้อหา Present ,อ่าน text ที่พี่เลี้ยงให้มา ,sim โปรแกรม hysys แล้วก็งานจิปาถะมากมาย และแล้วก็ฝึกงานจนจบคอร์ส ในวันที่ 25 พฤษภาคม แล้วกุก็นั่งปั่นรายงานส่งในวันที่ 26 พฤษภา ทำเสร็จก็จัดของกลับบ้าน แล้วก็มาส่งรายงานที่โรงแยกก๊าซ ส่งปุ๊ปกลับกรุงเทพฯปั๊ป ถึงบ้าน 3 ทุ่มนอนยาว เหอๆ 
          ในระหว่างช่วงฝึกงานนั้นกุก็ได้รู้จักเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นมากมาย ,ได้ไปกินส้มตำเจ๊หล่อ แหลมทอง และร้านอาหารมากมายก่ายกองในตอนกลางวัน ส่วนตอนเย็นก็ไปกินข้าวกะพวกปอน แจ๊ค อิ๋ม กร ทราย มากมายหลายที่เช่นกัน โดยเฉพาะ "รายอง" (ร้านนม) ไปบ่อยพอๆกะตลาดโต้รุ่ง ไปทีไรเจอคนรู้จักมากมาย คือ ไอแนม กะ น้ำค้าง (2 คนเหมือนเยอะ) จากนั้นอาทิตย์สุดท้ายก็ได้ไปเที่ยวทะเลครั้งแรก(ของการอยู่จังหวัดที่มีทะเล) นั่นคืออ่าวไข่ โดยไปเพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น  โดยกุรู้สึกว่าพอกุฝึกงานเสร็จกุได้รับความรู้อะไรเพิ่มเติมมากมาย แต่มีอย่างนึงที่แก้ไม่หายสักที คือ นิสัยส่วนตัวประมาณไม่สนิทกุไม่คุยนี่แหละ เหอๆ ถ้าแก้ได้ชีวิตกุคงสดใสกว่านี้เยอะ หึหึ  จบเรื่องแรกละ
 
         เรื่องที่ 2 พอหมดฝึกงานก็ได้หยุดอีก 1 วันก็เปิดเทอมละ เปิดเร็วโคดๆ ตอนนี้กุย้ายจากหอเอ มาอยู่ที่ หอบาวนี่ (หอใหม่ อยู่ตรงลงทางด่วนเชียงราก) ว่าด้วยสภาพหอ ก็โอเคดี ใหม่ดี+หรูดี แต่รู้สึกแคบไปหน่อยว่ะถ้าอยู่ 3 คน แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร อยู่ได้เรื่อยๆ ต่อมาก็คือการเปิดเทอมอาทิตย์แรกก็บ้าทั้งอาทิตย์ เนื่องจากยังปรับตัวไม่ค่อยได้ แถมมีงานนู๊นงานนี้ให้มาทำอีกเลยกดดันเล็กน้อย พออาทิตย์ที่ 2 ผ่านมาก็ ok ดีปรับตัวได้ละ
         ส่วนอาทิตย์นี้ก็เรื่อยๆ เหมือนเดิม มีงานไหว้ครูกะจะไปสักครั้ง 4ปีไม่เคยได้ไป สุดท้ายก็ไม่ได้ไป เหอๆ แต่ก็ได้ไปคอมมาทแทน ไปช่วยฝนดูโน๊ตบุ๊ค ตอนแรกกุคิดว่าไปกันครึ่งภาคเอาเข้าจริงวันนี้ไม่มีเรียนซะงั้น เหลืออยู่ 4 หน่อ เกือบล่มแล้ว แต่ไม่เป็นไร ไม่ว่ากัน เหอๆ  งานก็คนเยอะมากมาย(อุตส่าห์รีบไปกะคนน้อย) ของก็ไม่ถูกเท่าไหร่เลยเสียค่ารถ 130 บาทฟรีเลย แต่ดีได้พัดมาอันนึง 555+ 
         ตอนนี้เริ่มรู้สึกอยากอยู่ปี 1-3 เลยว่ะ งานก็น้อย เรียนก็สบาย ไม่มีเรียนก็กลับมานอนหอสบายใจ แต่มาปี 4 ไม่มีเรียนดันต้องไปนั่งทำโปรเจคไม่ก็รายงานกับเตรียม present สัมนา รู้สึกเหนื่อยไงไม่รู้ว่ะ แต่ไงก็ต้องทนแหละวะปีสุดท้ายแล้ว หึหึ  สุดท้ายก็ขอให้ทุกท่านจงโชคดี!!!
 
ปล.1. ใครมีที่เรียน Eng ดีๆ แนะนำหน่อยดิ อยากเรียนมากมาย เพราะโง่ Eng แบบสุดๆแล้วเนี่ย
ปล.2.งานยังไม่เส็ด ไปปั่นต่อละ เหอๆ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
           อัพเพิ่มดีกว่า หึหึ อันนี้เป็นประสบการณืที่เพิ่งเจอกับตัวเองวันนี้ตอนเดินจากคณะไปอินเตอร์ปาร์ค เนื่องจากไม่มีรถป๊อป---> ป๊อปพัง  โดยที่การเดินในครั้งนี้มันทำให้รู้สึกว่าชีวิตกุมันช้าลงกว่าเดิมเยอะเลยว่ะ  ได้มองดู 2 ข้างทางตลอดทางเดิน  ซึ่งโดยปกติมักจะไม่ค่อยได้สนใจอะไรกับมันหนักหนา  ได้เจอคนที่รู้จักเพราะเริ่มมีเวลาที่จะทักทายเพิ่มขึ้น ซึ่งตรงข้ามกับเมื่อขับป๊อปกุคงไม่ได้สนใจข้างทาง  มองไปข้างหน้าอย่างเดียว กุว่า"บางทีการทำให้ชีวิตมันช้าลงบ้าง มันก็ช่วยให้ผ่อนคลายจากงานที่ทยอยเข้ามามากมายได้เหมือนกัน" เหอๆ
           หลังจากความประทับใจจากการเดินด้วย 2 ขา ของตัวเองจบลง ก็มาถึงเหตุการณ์ต่อไป คือไปกิน MK และดู F4 @ major รังสิต บุคคลร่วมเหตุการณ์พร้อมกุ ได้แก่ ตะวัน ยะ เบิร์ด บอล โดยไปเนื่องในวันเกิดเบิร์ดสูง ไปกินเรื่อยๆ เส็ดดูหนัง หนังจบก็กลับ เริ่มรู้สึกว่าได้พักบ้างชีวิตก็โล่งขึ้น เหอๆ (Update 19/6/50)
 
ปล.3. วันที่ 12 มิถุนา ที่ผ่านมา คือวันสถาปนากลุ่มไข่ ครบรอบ 3 ปีแล้วว่ะ รายละเอียดกลุ่มไข่ ถ้าอยากรู้ เชิญติดตามใน space เก่าๆ เหอๆ ถ้าไม่อยากรู้ก็เชิญอ่าน ปล. อันต่อไปได้เลย
ปล.4. Happy Birth Day หมึก , ต่อ (เมื่อวาน) , ไอเบิร์ด(สูง) (วันนี้)อ่ะ
18 avril

บอกกล่าวเรื่องราว...ซวย

          ขณะนี้กุสถิตย์อยู่นะสถานที่แห่งหนึ่ง...นั่นคือ Resource center ของคณะวิศวกรรมศาสตร์  กุมาอยู่ที่นี่ทำไมนะเหรอ???  กุก็มาส่งน้องกลับมหาลัย  แล้วก็มาถามพี่ติ๊กเรื่องจดหมายฝึกงาน  รวมทั้งกำลังรอถามอาจารย์ก้อยกะอาจารย์แคทฯ เรื่องลงทะเบียน และโปรเจคปี4  ก่อนที่กุจะขับรถกลับไปฝึกงานที่ระยองต่อ
         ซึ่งในขณะนี้ได้มีเหตุการณ์ที่กุคงจะจำขึ้นใจอยู่ 2 เรื่อง  เรื่องแรกเพิ่งรู้เมื่อวานนี้ (17 เมษา)  ทำเอาคนทั้งบ้านรวมทั้งกุเครียดไปตามๆกัน กับอีกเรื่องนึงเพิ่งรู้เมื่อกี้ (18 เมษา ตอน บ่าย2โมงเย็น) เรื่องหลังกุไม่ค่อยคิดอะไรมากอยู่แล้ว  ถ้าเทียบกันกุเครียดกับเรื่องแรกมากที่สุด  เรื่องหลังจิ๊บจ๊อยมากมาย   ที่มาเขียนสเปซนี่ก็เพราะจะเอาไว้เตือนใจตัวกุเองไม่ให้มันพลาดไปกว่านี้อีกแล้ว  เพราะเรื่องทั้งหมดมันก็เกิดจากตัวกูเองทั้งนั้นแหละ  ไม่มีใครมาเกี่ยวทั้งนั้น  ส่วนอีกเหตุผลนึงคือรออาจารย์แคทฯสอนหนังสือเสร็จตอน 4 โมง กะรออาจารย์ก้อยเลิกประชุม  มาว่ากันที่เรื่องที่กุเครียดหนักเครียดหนาก่อนละกันนะ
         เรื่องนั้นก็คือ กูจำวันเกณทหารผิดวัน  โดยในใบเค้านัดวันที่ 8 แต่กุดันจำเป็น 18   กุเลยขอพี่ที่คุมฝึกงานลามา  เรื่องนี้ก็เพิ่งรู้เมื่อวานนี้แหละ 17 เมษา  เนื่องจากพ่อโทรไปถามพอรู้ว่าผิดวัน  ก็เลยทำให้เครียดกันทั้งบ้าน   มันก็ไม่มีอะไรมากหรอก  ถ้าไม่ได้ไป มันก็แค่"คุกกกกกกกกกกกก"เอง  ตอนนี้ก็เครียดโคดๆ อยู่เนี่ย เฮ้อ...เรื่องทั้งหมดมันก็เกิดที่กุเองแหละวะ  จะโทษใครได้  เรื่องนี้จะเป็นยังไงก็คงต้องดูกันต่อไป  ส่วนกุก็นั่งเครียดต่อไป เพราะไม่มีใครช่วยกุได้  กุผิดเองที่ทำเรื่องผ่อนผันไว้แล้ว  แต่ไม่ได้ไปตามที่เค้านัด!!! (ใครจะสมน้ำหน้าก็ได้นะ กุไม่ว่า)
        ส่วนเรื่องที่ 2 ที่เพิ่งรู้จากจารย์พงศ์ธร  นั่นก็คือ  ไอทุนญี่ปุ่นที่จะได้ไปอ่ะ  เค้าไม่ให้กุไปแล้ว   เพราะอะไรหรอ?? ก็เพราะตัวกุเองอีกนั่นแหละ ทำคะแนน TOEFL ออกมาได้แย่ขนาดหนัก  เค้าเลยไม่ให้กุไปไง  ถ้ากุรู้ว่าเค้าตั้งขั้นต่ำว่าต้องสอบได้เท่าไหร่ กุก็คงไม่สมัครไปหรอก เพราะกุรู้ตัวเองดีว่ากุมันแย่ขนาดไหน แล้วตอนแรกเหมือนว่าได้คะแนนเท่าไหร่ก็ไม่ว่าอะไร  ส่วนคะแนนออกมาก็ตามคาดอะแหละ 22/120 ถือได้ว่าแย่มากมาย  แต่ยังไงสรุปว่าทั้ง 2 เรื่องนั้นกุมันไม่ดีเองอีกว่ะ  ทำไงได้  ก็ต้องยอมรับกรรมที่ก่อขึ้นไว้นั่นแหละ   
        เรื่องที่ 3 มันนานแล้วนั่นก็คือสแตต ที่เอากระดาษซีร็อคเข้าไป  ตอนนี้จดหมายมาถึงละ  โดนทัณฑ์บน ให้ช่วยเหลือสังคม 40 ชั่วโมง  ก็ดีที่มีเวลาไปช่วยละ  ตอนแรกกลัวจะไม่มีเวลาทำ  แต่ตอนนี้ว่างละที่เพราะไม่ต้องไปญี่ปุ่น  เรื่องนี้ก็กุทำเองอีกแล้ว  เฮ้อ...
        เรื่องสุดท้ายไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เครียดอยู่  แค่อยากอัพเฉยๆ  ก็คือ  ฝึกงาน  ตอนนี้พี่เค้าก็ให้ Text มาอ่านศึกษาก่อนอ่ะแหละ 2 อาทิตย์ละ  พอแม่นแล้วค่อยเอาโปรเจคไปทำ  ส่วน plant ก็ไม่ได้เข้าทั้งที่กุอยากจะเข้าไปดูเหลือเกิน  คนอื่นที่มาด้วยก็ได้เข้าไปดูหมดแล้ว  เฮ้ออ  อดเข้าว่ะ  แถมเงินก็ไม่ได้  แต่ก็ไม่เป็นไรวะทนๆหน่อย เด๋วมันคงดีขึ้นแล้วล่ะ
       ก็ระบายเรียบร้อยละ  ต่อไปกุก็รอให้มันถึงเวลาจะได้ไปคุยกะอาจารย์สักที  ทำไมอาทิตย์นี้ปัญาเยอะจังโว้ย.....  คุยเส็ดกลับระยองดีกว่ากู เหอๆ  ขอให้ทุกคนจงโชคดี  ให้กุโชคร้ายคนเดียวพอ
 
 
ปล1.ขณะนี้เวลา 22.30 ถึงระยองแล้วโว้ย
ปล2.มันจะซวยอะไรปานนี้วะเนี่ย  เทอมนี้  เซ็งโว้ย...แต่ไงก็มาจากตัวกุเองล่ะวะ 
ปล3.เรื่องลงทะเบียนจารย์ก้อยบอกว่ายังได้แค่ไหนเอาแค่นั้นก่อน  อย่างน้อยให้ลงไปตัวนึงอย่าไปรอลงเพิ่ม-ถอน ทีเดียว อาจโดนปรับได้
ปล4.กุเครียด ไปละพรุ่งนี้ฝึกงานอีก
23 mars

ก่อนวันฝึกงาน

        มาเริ่มด้วยเรื่องตารางเรียนปี4 เทอม1  ที่ทำให้อ่ะมันก็แค่คร่าวๆนะ  เพราะอาจารย์ก้อย ยังไม่ได้เซ็นต์ยืนยัน  แค่เอามาให้ดูก่อนว่าต้องเรียนอะไรบ้าง  ซึ่งถ้าตัวจริงออกแล้วกุจะทำอันใหม่ให้ละกันนะ  ตอนนี้เอาอันนี้ไปดูก่อนละกัน  ถ้าไม่ผิดพลาดประการใดก็เรียนตามอันนี้แหละ
        ส่วนตอนนี้ก็ได้เวลาที่เรียกว่าปิดเทอมอย่างจริงๆจังๆสักที หลังจากที่มันหายไปตั้งปีนึง เพราะปีที่แล้วก็เรียน Summer ส่วนปีนี้มีเวลา 1 อาทิตย์ที่จะได้อยู่กับมัน  ยังไงก็ต้องใช้ให้คุ้มแหละวะ ส่วนที่ฝึกงานหลังจากที่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาไป Survey ที่พักก็รู้ว่าระยะทางจากที่ฝึกงานกะที่พักมันช่างไกลมากมาย  แต่ก็ดีที่มีรถจาก ปตท. มารับ-ส่ง  แม้จะต้องตื่นไปขึ้นรถตอน 6.30 น. ก็ตาม ไงก็ต้องพยายามตื่นให้ทันไม่งั้นซวยแน่ แล้วพรุ่งนี้ก็คงได้ Check-Out สักที  เทอมหน้าก็คงไม่ได้อยู่หอเอ อีกละ เพราะย้ายไปอยู่หอบราวนี่ เริ่มรู้สึกคิดถึงหอเอว่ะ ไป-มาสะดวก  กลับมานอนง่าย  เล่นเน็ต 1M ในราคา 256k ดีทุกอย่างยกเว้ยอย่างเดียวคือ ทรัพย์สินฯเรื่องมากชิบหาย  ถ้าดีกว่านี้ หอเอมันจะน่าอยู่ยิ่งขึ้น 
        ต่อมาก็บ่นเรื่องข้อสอบ TOEFL ที่เพิ่งไปจัดมาเมื่อวันที่ 17/3/50 แนะนำว่าใครคิดจะสอบก็รีบทำ PassPort ได้เลยถ้าใครมีอยู่แล้วก็คงไม่มีปัญหา  เพราะกุเกือบเสียตังฟรีก็เพราะไอนี่แหละ เนื่องจากตอนกุไปกุไม่มีบัตรที่มันแสดงรูปกุกะลายเซ็นต์ได้ในบัตรเดียวกัน  แต่ดีที่มีพี่ที่มาสอบช่วยบอกให้เอาใบขับขี่ยื่นแทน  ก็ดีที่เอาไป  ไม่งั้นเซ็งแน่นอน ต่อไปก็เรื่องข้อสอบ  หลังจากที่ TOEFL ได้เปลี่ยนระบบสอบใหม่ทำให้กุต้องไปสอบหน้าคอม  แล้วหนังสือที่ยืมไปอ่านนั้นมันก็ไม่ช่วยอะไรกุสักนิดเลย  เพราะเค้าไม่ออกเรื่อง Grammar แล้ว  แต่ที่อ่านไปมันก็ทำให้กุฉลาดขึ้นบ้างเพราะก่อนหน้านี้ Article คืออะไรกุยังไม่รู้เลย เหอๆ  โง่มากมาย  ส่วนตัวข้อสอบที่กุไปสอบนี้แบ่งออกเป็นสี่ส่วนดังนี้
 
        1.Reading : ก็มี Passage ยาวๆมาให้อ่านเหมือน TU-GET เพียงแต่ต้องตอบคำถามในคอม พร้อมกับมีเวลาอยู่มุมขวาบนให้ลุ้นระทึก ว่ากุจะทำทันหรือไม่  ถ้าเวลาหมด มันก็ปิดหน้า Passage นี้ไปเลย  แล้วก็ Passage นึงใช้เวลา 20 นาที มี 14 ข้อ ทั้งหมดที่สอบไปมี 5 Passage ก็อ่านอ้วกแตกล่ะครับ ส่วนใหญ่จะเป็นแนวๆอ่านให้จับใจความในแต่ละย่อหน้า  ก็ดีตรงที่เค้าจะมีลูกศร ไม่ก็เน้นคำให้เลยว่าเค้าถามตรงไหน  ไม่ต้องให้เรามานั่งนับย่อหน้าเอง  นอกจากจับใจความก็มีให้หาคำเหมือน  เลือกประโยคมาวางในเรื่องอ่ะ  ซึ่งกุว่ากุทำ part นี้ดีสุดแล้วเพราะมันเป็น choice เหอๆ มั่วได้
        2.Listening : จะเป็นบทสนทนาในเรื่องต่างๆทั้ง เรื่องทั่วไป วิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจ  มาให้ฟังพร้อมรูปภาพประกอบ  กุก็มีหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดี แล้วก็ตอบคำถาม ใน 1 conversasion จะมีข้อสอบ 7 ข้อ ใช้เวลา 10 นาที  แบ่งเป็นเนื้อหาที่ฟังจากเรื่องประมาณ 5 ข้อส่วน 2 ข้อที่เหลือจะเป็นแนวให้ฟังประโยคที่เค้าพูดใหม่อีกครั้งแล้วให้คิดว่าเค้าพูดถึงอะไร  โดยรวมๆแล้ว part นี้กุฟังไม่ออกหรอก ได้แต่เดา choice ไปเท่านั้นแหละ
        3.Speaking : เป็น part ใหม่ล่าสุดจากทาง TOEFL มีทั้งหมด 6 ข้อ  ข้อสอบคือให้ฟังเค้าพูดกัน แล้วก็ให้คิดว่าเค้ารู้สึกยังไง  พูดถึงเรื่องอะไร  แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนั้น  ในแต่ละข้อจะมีเวลาเตรียมตัวประมาณ 15 -20 วินาที  แล้วก็พูดใส่ไปในไมค์ที่อยู่ตรงหูฟังประมาณ30 - 60 วินาที  ซึ่ง part นี้กุเป็นใบ้ครับ 0 แน่นอน เพราะพูดไม่เป็น  ฟังไม่ออก 555+ (เพิ่มเติม : คะแนน part นี้ เค้าจะวัดจากสำเนียง กับที่พูดตอบไปอ่ะ)
        4.Writing : part นี้ก็มี 2 ข้อข้อละ 20 - 30 นาที หน้าที่ของกุคืออ่านข้อความที่เค้าให้มาแล้วก็ไปฟังที่เค้าพูด แล้วก็ให้พิมพ์ว่าที่เค้าพูดกะในเรื่องที่กุอ่านมีอันไหนที่เหมือนกันมั่ง  โดยมีกำหนดให้มีความยาว 155 word มั้งอย่างต่ำ  ซึ่งกุก็ทำไม่ได้อยู่ดีเหอๆ  เพราะฟังไม่ออกเช่นเคย  สรุปแล้วสอบครั้งเสียดายตังชิบหาย ถ้าสอบคราวหน้าคงต้องฟังออก พูดได้แหละมั้งถึงจะมีคะแนนกะเค้าบ้าง แต่ก็ดีตรงที่ TIT เค้าไม่ fix คะแนน ไม่งั้นกุคงไม่ได้ไปแน่นอน เหอๆ  เฮ้อ...ไม่รู้จะทำไรโว้ยเอาเป็นว่ากุไปดู One Piece ต่อละ 
 
ปล1. เดือนที่แล้วกะเดือนนี้ก็มีวันเกิดเพื่อนภาคเราทั้งหลายแหล่เยอะจริงๆ เหอๆ ไงก็ Happy Birth Day ล่วงหน้ากับย้อนหลังด้วยละกัน ขอให้มีความสุขกันมากๆเน้อ ทั้ง กร ,นุ่นพัท ,ส้ม ,ฝน,ส้มโอ หมดแล้วมั้งนะ
ปล2. คุณน้องเทค ครับ ผมรอของฝากจากประจวบฯ อยู่นะครับ กลับจากไป survey แล้วอย่าลืมล่ะ 555+ 
ปล3. ใครฝึกงานแล้วก็ตั้งใจฝึกเข้าล่ะ เหอๆ สู้ตาย!!!
ปล4. ใครจะไป Commart กะงานหนังสือ เรียกกุหน่อยนะ ได้โปรดหาคนไปอยู่
14 mars

ชีวิตปี 3 ที่จบลงไป

          วันนี้มันก็เป็นวันสอบวันสุดท้ายที่ผ่านไปพร้อมกับความเซ็งโลกจริงๆว่ะ  มันไม่มีอะไรมากหรอกเพราะความผิดที่เกิดขึ้นกุทำเองแหละ ซึ่งมันก็ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากการเอาชีทซีล็อกเข้าห้องสอบ ทั้งๆที่รู้ว่าห้ามเอาเข้า  แต่เพราะกุคิดว่าจารย์คงไม่เดินมาตรวจหรอก  อีกอย่างคือในชีทที่ซีนั้นมันมีลายมือที่กุเขียนอยู่ด้วย แล้วที่กุเห็นที่เข้าไปสอบกันมันก็เอาชีทเข้าไปกันเพียบ  กุเลยเอาเข้าไปแบบไม่สนใจอะไร เพราะคิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร  และก็เข้าห้องสอบช้าตามระเบียบ  หลังจากนั้นก็เข้าไปนอนในห้องสอบก่อนตื่นมาทำข้อสอบ  ก็มองไปข้างหน้า เห็นอาจารย์เดินตรวจที่โต๊ะโก๊ยอยู่  กุเลยคิดว่าเอาไงดีวะ  จะซ่อนหรือปล่อยไปเลยตามเลย 
          สรุปความดีมันเข้าสิง เนื่องจากกุคิดว่า "กุก็เอาเข้าไปเหมือนเพื่อน  พอเพื่อนโดนตรวจเจอ แล้วจะให้กุจะเอาตัวรอดคนเดียวอย่างนั้นหรอวะ" ความรู้สึกกุตอนนั้นกุรับไม่ได้จริงๆ อีกเหตุผลนึงคือในเมื่อกุบริสุทธิ์ใจ กุก็ปล่อยให้เลยตามเลย ดังนั้นกุเลยไม่ได้ซ่อนไอชีทที่ซ๊นั่นไว้  แล้วพออาจารย์มาตรวจกุก็บอกเค้าไป  เค้าก็ยึดไอชีทที่ซีนั่นแหละ  แล้วก็บอกว่าถ้าจะเอาเข้าไปต้องลายมือเท่านั้น  กุก็คิดว่าไม่มีอะไรมากมายหรอก  พออาจารย์เดินมาอีกรอบกุเลยขอกระดาษแผ่นที่เป็นลายมือกุกลับมาซึ่งจารย์ก็ให้มาโดยไม่มีอะไร
          สักพักอาจารย์เดินกลับมาอีกรอบพร้อมกับกระดาษให้กุเขียนซึ่งรายละเอียดในนั้นไม่มีอะไรมากหรอกนอกจาก ยื่นเรื่องส่งคณบดี แล้วก็มีหมายเหตุว่า นักศึกษานำเอกสารที่ฝ่าฝืนคำสั่งของอาจารย์ผู้สอนเข้า  เจองี้กุเริ่มเครียดละ  กุเลยถามอาจารย์ว่าอาจารย์จะทำยังไงกะพวกผมครับ  จารย์ก็บอกว่าผมก็ไม่รู้เหมือนกัน  ซึ่งถ้าเค้าบอกว่าเค้าจะให้ F กุ กุก็จะได้ไม่สอบแล้วออกมาเลยดีกว่าเสียเวลา  แต่ในเมื่อเป็นอย่างนี้กุเลยนั่งทำต่อไป  ห้องน้ำก็ไม่กล้าเข้ากลัวหาว่าจะทุจริตอีก  เลยนั่งทนแม่ง 2 ชั่วโมงจนสอบเสร็จ   ตอนสอบเสร็จกุก็กะจะคุยกะอาจารย์แหละแต่กลัวว่าคุยไปแล้วมันจะไม่ได้อะไร เลยไม่คุย   แล้วก็ลงมากินข้าวซึ่งก็ซึมตามระเบียบ  เซ็ง+เครียดจริงๆตอนนั้น  มันรู้สึกยังไงบอกไม่ถูก  แล้วก็มีแต่คนมาคุยเรื่องที่สอบนี่แหละ  กุอยากจะรีบๆหนีไปให้ไกลๆ  ไม่อยากฟังอะไรแล้วเซ็งว่ะ  กินข้าวเสร็จก็โทรไปหาแม่บอกเหตุการณ์ไป  กลัวแม่จะงง ถ้าเขาโทรไปบอก  แล้วก็กลัวโดนด่าด้วยแหละปัญหา เหอๆ  ซึ่งสรุปไอชีทที่ซีเข้าไปถึงมีกุก็ไม่ได้ใช้อะไรเลยว่ะ  ไม่น่าเอาเข้าไปจริงๆกุ ซวยและ เซ็ง+เครียด   
         แล้วกุก็กลับหอในสภาพล่องลอย ถึงปุ๊ปก็นอนแม่งเลย  เพราะตื่นอยู่มันก็เครียดเรื่องนี้แหละ  แต่พอตื่นมามันก็ดีขึ้นอะน่ะ เริ่มทำใจได้ละ  เลยออกไปหาข้าวกิน  แล้วก็ขี่ป๊อปตระเวนรอบมหาลัย  เพิ่งรู้ว่ามหาลัยมันก็มีมุมสงบจิตใจเยอะเหมือนกัน เลยนั่งไปเรื่อยๆตั้งแต่ สองทุ่มกว่าจนห้าทุ่ม ระหว่างนั้นก็แดกเบียร์แก้เซ็งไป  แล้วก็กลับมาหอนี่แหละ  แต่ถึงยังไงมันก็ยังเครียดแหละวะ  ทำไงได้  บอกตรงๆที่กุเครียดตอนนี้คือ กุกลัวจารย์ให้ F จริงๆว่ะ  ถ้าตัดเกรดกุไม่ว่าอะไรเลย ซึ่งถ้าโดน F มาจริงญี่ปุ่นก็ไม่ไปแน่นอนอยู่ไทยนี่แหละว่ะ  เอาเป็นว่าช่างมันละกันวะ  อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด  กุผิดเองทำไงได้  ปล่อยวาง...จบ!!!  ส่วนใครที่สอบเส็ดแล้ว  สอบคราวหน้าอย่าทำแบบกุล่ะ ให้กุเลวคนเดียวพอ เหอๆ  แล้วก็ขอให้สมหวังกับการสอบทุกคนเน้อ  สาธุ~~~   และแล้วชีวิตปี3 ก็จบลงด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูกจริงๆว่ะ  คงจำไปจนวันตายแน่นอน  จากนี้ไป พอขึ้นปี4  กุจะตั้งใจให้มันดีกว่าปี3 นี้อีก หึหึ!!!
25 février

อนาคตข้างหน้า

           และแล้วกุก็มานั่งอัพสเปซไม่ยอมอ่านหนังสือสักที  ไม่รู้เป็นไร  จะเริ่มอ่านทีไรทำใจยากจริงๆ  กุว่าการอ่านหนังสือมันยากตอนนี้แหละ ตอนที่จะเริ่มอ่าน  เด๋วพออ่านไปสักพักก็ดีขึ้นเอง เหอๆ  จิตใจตอนนี้มันก็ไม่ยุ่งกะร่องกะรอยสักที  มัวแต่นึกถึงเรื่องไปญี่ปุ่นอยู่  ก็ไม่รู้เหมือนกันอ่ะนะว่าทำไมตอนนั้นมันรู้สึกอยากไป  แต่ว่าตอนนี้มันเริ่มจะไม่อยากจะไปแล้วว่ะ  คิดถึงบ้าน แล้วก็อยากอยู่เรียนต่อจนจบกับเพื่อนทั้งภาคมากกว่า ไม่อยากหายไปตั้งปีนึง แล้วกลับมาเรียนต่อจนจบ  มันไงไม่รู้   อีกอย่างถ้าไปนู่นคงต้องปรับตัวอีกเยอะ กุยิ่งเป็นพวกไม่ค่อยมีความคิดสร้างสรรค์อยู่  คงต้องฝึกแล้วล่ะ แต่เรื่องสำคัญสุดคงเป็นเรื่องภาษาอังกฤษแหละวะ  ยอมรับว่า "ฟัง" "พูด" "เขียน" นี่โง่แบบสุดๆ ได้แต่"อ่าน"อย่างเดียว  แล้วจะไปรอดมั้ยล่ะนั่น  แต่ถ้าได้ไปมันคงช่วยฝึกประสบการณ์หลายๆอย่างแหละมั้ง ไม่รู้ว่ะ  เอาเป็นว่าเรื่องนี้ยิ่งคิด  ยิ่งเซ็ง T-T
         
           ก่อนกลับหอก็ได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ"อยากให้ลมหนาวกลับมาอีกครั้ง" (ไม่รู้ใช่ชื่อนี้เปล่า จำไม่ได้ เหอๆ) อ่านแล้วรู้สึกว่ามันก็จริงอ่ะนะ  ที่ว่า"พอเป็นผู้ใหญ่แล้วจะทำให้ลืมความฝันที่เคยฝันมาตั้งแต่เด็ก"  เพราะพอเริ่มทำงานมันคงไม่มีเวลาว่างเหมือนตอนนี้แล้วล่ะ  ตอนนี้ไม่อยากเรียนก็ไม่ต้องเข้า  เข้าไปเรียนแล้วนั่งหลับก็ยังได้  แต่พอทำงานก็คงทำอย่างนี้ไม่ได้แล้วล่ะ  ต่างคนก็ต้องทำงานเพื่อหาเลี้ยงตัวเองกันทั้งนั้น  มีไม่กี่คนที่จะทำความฝันที่เคยฝันมาได้สำเร็จ  ดังนั้นก็ควรจะรีบทำตามความฝันที่ตัวเองฝันไว้ให้สำเร็จ แล้วก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่มีค่าในตอนนี้ให้มากที่สุด  เพื่อที่จะได้เอาไว้เป็นความทรงจำที่ดีต่อไปในอนาคต  เวลามีความทุกข์เกิดขึ้น จะได้กลับมานั่งนึกแล้วจะได้ยิ้มไปกับความทรงจำดีๆเหล่านั้น  เพื่อเป็นแรงผลักดันให้เราก้าวต่อไป
 
          ต่อมาก็อาทิตย์ที่ผ่านมา  เรียกได้ว่าอาทิตย์แห่งการ Present เลยยนะนั่น Present อยู่นั่นแหละ เหนื่อยจริงๆ  เริ่มจาก
          วันจันทร์ ที่ 19 :: มีฟังเรื่องโปรเจคตอนบ่ายสอง  ก็เข้าสายเช่นเคย  แต่พอฟังเสร็จก็ไม่รู้จะทำโปรเจคกะใครดี  มันไม่มีเรื่องโดนๆ เลยว่ะ  เอาเป็นว่าไว้ทีหลัง
          วันอังคารที่ 20 :: นั่งปั่นสไลด์ present air pollution
          วันพุธ    ที่ 21 :: วันนี้เหตุการณ์เยอะแยะมากมาย  เริ่มต้นด้วยการติวแลปฝนตามที่สัญญาไว้  ก่อนที่จะรีบบิ่งไปท่าพระจันทร์เพื่อสัมภาษณ์ทุนนี่แหละ เค้านัดบ่ายโมงกุก็รีบไป เอาเข้าจริงกว่าจะเริ่มล่อไปบ่าย 2 สัมพาดก็ไม่มีอะไรมากตอนถามภาษาไทย ก็ตอบไม่ค่อยจะรู้เรื่อง  ส่วนพอตอนถามภาษาอังกฤษมา  กุนิ่ง+เงียบ ทุกข้อ  ไม่รู้จะตอบยังไงว่ะ นึกศัพท์ที่จะพูดไม่ออก+ไม่รู้จะพูดอะไร  สุดท้ายเค้าเลยบอกงั้นพอแค่นี้แหละ 
          กุเลยได้ฤกษ์นั่งรถกลับรังสิตเพื่อที่จะได้มาสอบแลป กว่าจะถึงก็บ่าย 3 ครึ่งแล้ว  ก็นั่งสอบตามเวลาที่กำหนด 2 ชั่วโมง พอ 5 โมงครึ่งปุ๊ปก็ลงไปใต้คณะ  อยู่กันเพียบ เหอๆ  ก็นั่งทำงานไปสักพักงานบายเนียร์ Gear#14 ก็เริ่ม  กินไปเรื่อยๆพอจบงานก็แดกเหล้ากันตามระเบียบ  ตอนแรกก็ไม่กินหรอก เจอคุณน้องเทคเรียกก็เลยดวล  ไอไก่(น้องไอไปร์ท) ก็อุตส่าห์จัดแบล็คมาดวล เหอๆ  แต่แล้วคุณน้องเทคชิ่งไปโทรศัพท์ซะงั้น เซ็งเลย T-T  เลยไปชนแก้วกะคนที่เดินผ่านไปมา   แล้วก็เล่นเป่ายิ้งฉุบกินเหล้ากะกรแทน  สรุปเป่าแพ้มากไปหน่อยเลยเมาตามระเบียบ เหอๆ  แต่เมาน้อยกว่าปีที่แล้ว เพราะรู้สึกปีที่แล้วกุเดินไม่เป็นเลย เหอๆ จากนั้นกลับหอนอนตาย
          วันพฤหัส  ที่ 22 :: ตื่นมาดีที่ไม่แฮงค์  จากนั้นก็รีบมาคณะ เพื่อเตรียมตัว Present  พอ Present เสร็จประมาณ เที่ยงครึ่งก็โดดเรียน Stat ไปท่าพระจัน ศิริราช แล้วก็นั่งเรือด่วนเที่ยวกรุงเทพฯ เหอๆ  จากนั้นก็กลับบ้าน แล้วก็กลับมาหอ กะทำ present waste แต่ก็นอน 555+  ชิวจัด
          วันศุกร์    ที่ 23 :: ตื่นมาแต่เช้านั่งทำ powerpoint เพื่อ present เสร็จปุ๊ปก็ไป present เลย 555+ กว่าจะ present เสร็จก็ 5 โมงครึ่งได้มั้ง  เลยไปกินข้าวกะกลุ่มส้มที่ปาร์ค  แล้วก็กลับมาใต้คณะนั่งโหลดบิท กับช่วยพิมงาน waste กลุ่มส้ม เหอๆ  กว่าจะเสร็จก็ 4 ทุ่ม  กลับมาหอไม่ต้องพูดถึง หลับยาว 555+
          วันเสาร์   ที่ 24 :: ตื่นมาตั้งแต่ 10 โมงเพื่อจะอ่านหนังสือ  แต่ก็มานั่งดู Black Cat จนจบ ต่อด้วยบางรักซอย 9 แล้วก็จะดูดราก้อนบอลต่อเนี่ยรอโหลดเส็ด เหอๆ  จะสอบอยู่แล้ว ยังโคดไร้สาระเลย 555+ จบละ!!!
 
ปล1. ก่อนอ่านหนังสือลองกินช็อกโกแลตดูดิจะได้ทำให้จำดีขึ้น (ความรู้สึกส่วนตัว)  แต่อย่ากินมากไปเพราะมันจะอิ่มแล้วก็ง่วง เหอๆ ทุกอย่างย่อมมีข้อเสีย 
ปล2. เรื่องไปเที่ยวหลังสอบ  จะเอายังไงก็มาว่ากันเน้อ  จะได้เตรียมตัวไปเที่ยว 555+